เรียกได้ว่าเป็นอภิมหาซวยของตำรวจกลุ่มนี้จริงๆ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2559 พล.ต.ท. ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มีคำสั่งให้ พ.ต.ท. นราวุธ การามหิโต สารวัตรกองกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม และให้อยู่ในการควบคุมกำกับดูแลของผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2 ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
โดย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ขณะน.ส.ปราณี
ดีเจร้านนางฟ้าคาราโอเกะ กำลังนั่งเล่นอยู่ภายในร้าน
ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาสั่งเครื่องชูกำลัง 1 ขวด ก่อนเดินเข้าไปหา
น.ส.ชนิดา พนักงานเสิร์ฟ ชวนคุยว่าหากรับว่าค้าประเวณีจะให้เงิน 2,000 บาท
แต่ น.ส.ชนิดา ปฏิเสธ พร้อมบอกว่าร้านนี้ไม่มีการค้าประเวณี
ชายคนดังกล่าวจึงเดินไปหาดีเจพร้อมยื่นเงินใส่มือ 2,000 บาท
โดยไม่บอกว่าเป็นค่าอะไร
พนักงานทั้งสองจึงเดินมาพูดคุยกันว่าน่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ
มีตำรวจ 4 นาย คือ พ.ต.ท. นราวุธ การามหิโต สว.กก.1 บก.สส.ภาค 2 และ ร.ต.ท.
จุตภูมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล พร้อมพวกเข้ามาประชิดตัว ซึ่ง ร.ต.ท. จตุภูมิ
ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเงินที่กำไว้ในมือ
พร้อมขู่บังคับให้อยู่ในอาการสงบ
และให้โทรศัพท์หาเจ้าของร้านให้เดินทางกลับมาที่ร้าน โดย พ.ต.ท. นราวุธ
แจ้งว่า คุณถูกจับในข้อหาค้ามนุษย์และค้าประเวณี
ต่อมาเจ้าของร้านได้โทรศัพท์ไปหา พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
ว่า ขณะนี้มีตำรวจใต้บังคับชา ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่หน่วยไหนกลั่นแกล้งจับกุม
ทาง ผบ.ตร.จึงขอสายคุยกับตำรวจชุดจับกุม แต่ พ.ต.ท. นราวุธ ไม่ยอมคุยด้วย
พร้อมพูดว่า "ถ้าเป็น ผบ.ตร.จริง ให้โทรศัพท์ไปหา พล.ต.ต. อำพล บัวรับพร
ผบก.ภ.จว.ชลบุรี" และยังหาว่า น.ส.ปะระนิสา เป็นบ้าพูดโทรศัพท์อยู่คนเดียว
พล.ต.อ. จักรทิพย์ จึงบอก "ให้เปิดโฟนเพื่อให้ได้ยินเสียง"
แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เชื่อ
พร้อมสั่งให้ลูกน้องใส่กุญแจมือผู้ต้องหาทั้งหมดเอาตัวไปที่ สภ.เมืองพัทยา
ขณะกำลังจะขึ้นรถ มีตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า เรื่องนี้สามารถเคลียร์กันได้
แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายข้อหาค้าประเวณีใช้เงินแค่ 2-3 หมื่นบาทก็จบแล้ว
ระหว่างนั้นมีสายโทรเข้ามาที่มือถือของ
น.ส.ปะระนิสา พร้อมกับแนะนำตัวว่าคือ พล.ต.ต. อำพล บัวรับพร
ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาดูแลเรื่องนี้
และขอให้เปิดโฟนพูดคุยกับหัวหน้าชุดจับกุม แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่า
"ไม่ใช่เสียงของนายกู" พล.ต.ต. อำพล จึงวางสายไป
ขณะนั้นตำรวจที่ชื่อดาบหมูตะโกนขึ้นมาว่า "เดี๋ยวบอกว่าเป็นผู้การ
เดี๋ยวบอกว่าเป็น ผบ.ตร. โทรมา ถ้าเป็น ผบ.ตร.
จะเอาชื่อลงบันทึกประจำวันด้วยว่า ผบ.ตร.ช่วยเหลือผู้กระทำผิด และจะเอา
ผบ.ตร.ออกจากราชการด้วย"
